Your IP Address 38.107.179.206
 
 

จอมพลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ


จอมพลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 10 ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 4 ในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ประสูติในพระบรมมหาราชวัง ณ วันเสาร์ แรม 9 ค่ำ เดือน 3 ปีมะเมีย จัตวาศกจุลศักราช 1244 ตรงกับวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ.2425 เมื่อทรงพระเยาว์ ได้ทรงศึกษาวิชาหนังสือไทยกับพระยาศรีสุทรโวหาร (น้อย) และ ขุนบำนาญ วรวัฒน์ (สิงโต) ในพระบรมมหาราชวัง ครั้นต่อมาเมื่อได้มีการจัดตั้งโรงเรียนราชกุมารขึ้นในพระบรมมหาราชวังแล้ว ได้ทรงเข้าโรงเรียนนี้ และทรงศึกษาทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ (ครูสอนภาษาอังกฤษ คือ มิสเตอร์ วูลสเลย์ และ มิสเตอร์ เยคอลฟิลค์เยมส์)

ครั้นเมื่อทรงพระชนมายุได้ 14 ชันษา คือในปี พ.ศ.2439 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เสด็จออกไปศึกษาวิชาในทวีปยุโรป โดยมี จอมพลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาภานุพันธุวงษ์วรเดช เชิญเสด็จไปถึงทวีปยุโรป เมื่อเสด็จถึงแล้ว ได้ทรงเข้าศึกษาวิชาอยู่ ณ ประเทศอังกฤษ

ในปีพระพุทธศักราช 2440 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จประพาสยุโรป ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เป็นนักเรียนนายร้อยทหารบกของประเทศสยาม แต่คงให้ทรงศึกษาวิชาอยู่ในประเทศอังกฤษไปก่อน แล้วจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ไปทรงศึกษาวิชาในประเทศรัสเซีย ตามที่สมเด็จพระเจ้านิโคลัส ที่ 2 จักรพรรดิรัสเซีย ได้ขอไว้ จนกระทั่งเดือนมิถุนายน พ.ศ.2441 จึงได้เสด็จไปประเทศรัสเซีย เพื่อทรงศึกษา ณ โรงเรียนทหารต่อไป ทางประเทศรัสเซียได้ถวายการต้อนรับอย่างสมพระเกียรติ ทั้งได้มอบให้ผู้บัญชาการโรงเรียนมหาดเล็ก และนายร้อยเอก นายทหารม้ารักษาพระองค์ (พล.ต.เคานต์ เค็ลแลร์ และ ร.อ.วัลเด มาร์ ฆรูลอฟฟ์) เป็นนายทหารช่วยเหลือในการศึกษา และคอยถวายความสะดวกดูแลทุกประการ

ในการศึกษาครั้งนี้ สมเด็จพระจักรพรรดิได้รับสั่งให้เข้าศึกษาวิชาในโรงเรียนมหาดเล็ก ซึ่งเป็นโรงเรียนนายทหารบกที่มีอยู่ 9 ชั้น ให้สอบไล่ได้ในกำหนด 4 ปี เพราะฉะนั้น ในการศึกษาชั้นต้น ๆ จึงจำเป็นจะต้องให้ได้รับการศึกษาวิชา เพื่อเตรียมพระองค์เข้าเป็นนักเรียนชั้น 6 ทีเดียว คือ เริ่มจัดครูมาสอนในที่ประทับไปพลางก่อนแต่บัดนั้น ต่อมา จึงได้เริ่มทรงศึกษา เพื่อให้เป็นไปตามกำหนด 4 ปี (คือให้ได้ชั้น 9) เมื่อตรงตามกำหนดแล้ว จากผลการสอบได้ ทรงสอบไล่ได้เป็นที่ 1 ของนักเรียนทั้งหลายในโรงเรียนนั้น เมื่อ พ.ศ.2445 และทรงเข้าศึกษาในวิทยาลัยทหาร ทรงสอบไล่ได้เป็นที่ 1 ของโรงเรียนอีกครั้ง เมื่อ พ.ศ.2448 สมเด็จพระเจ้านิโคลัสที่ 2 ทรงพอพระทัยยิ่ง ได้ทรงแต่งตั้งให้เป็น "พันเอกพิเศษ" ในกองทัพบกรัสเซีย และเป็นนายทหารพิเศษในกรมทหารม้าฮุสซาร์ของสมเด็จพระจักรพรรดิ กับพระราชทานสายสะพายเซนต์อันเดรย์ ซึ่งเป็นตราสูงสุดของประเทศรัสเซียสมัยนั้นโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ถือว่า พระองค์เป็นผู้ทรงก่อตั้งวางรากฐานโรงเรียนนี้มาแต่เริ่มแรก และเมื่อได้สร้าง "อาคารประภาสโยธิน" ซึ่งเป็นอาคารถาวรของโรงเรียนเสนาธิการทหารบกแล้ว จึงได้ถือโอกาสสร้าง และอัญเชิญอนุสาวรีย์พระองค์ มาประดิษฐานคู่กับอาคารหลังนี้ เพื่อเป็นมิ่งขวัญ และได้สักการะรำลึกถึงพระเกียรติคุณของพระองค์ ที่ได้ทรงก่อกำเนิดจัดตั้งโรงเรียนเสนาธิการทหารบก และได้จัดพิธีเฉลิมฉลองพร้อมกับอาคารประภาสโยธิน เมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ.2513 อันเป็นปีที่ 60 ของการสถาปนาโรงเรียนเสนาธิการทหารบก นับตั้งแต่นั้นมา ในวันที่ 3 เมษายน ของทุกปี บรรดาศิษย์เก่าของสถาบันแห่งนี้ จะพากันมาวางพวงมาลาถวายสักการะแด่พระอนุสาวรีย์ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระเกียรติคุณ และพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน เป็นประจำ รวมทั้งตราเซนต์วลาดิเมียร์ อีกด้วย

เมื่อทรงสำเร็จการศึกษาจากรัสเซียแล้ว ทรงเข้ารับราชการครั้งแรกเป็น ผู้ช่วยผู้บัญชาการกรมยุทธนาธิการกระทรวงกลาโหม เมื่อ พ.ศ.2449 และต่อมาในปีเดียวกันนี้ ทรงได้รับตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการโรงเรียนทหารบกอีกตำแหน่งหนึ่ง ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2452 ทรงเป็นผู้รั้งหน้าที่เสนาธิการทหารบก และได้ทรงเป็นเสนาธิการทหารบกในปีเดียวกันนั้นเอง พร้อมกับทรงรั้งตำแหน่งเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก (เปลี่ยนการจัดโรงเรียนทหารบก เป็นกรมยุทธศึกษาทหารบก) จนถึงเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2456 และในปี พ.ศ. 2453 ทรงเป็นผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ อีกตำแหน่งหนึ่งด้วย

จอมพลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานารถ เป็นผู้ทรงพระปรีชาสามารถเฉียบแหลม ทั้งทางด้านการศึกษา และทางด้านรับราชการในบ้านเมือง พระองค์ได้ทรงกระทำคุณประโยชน์ในการสร้างความเจริญของกองทัพ และส่วนราชการอื่น ๆ หลายแห่ง อาทิเช่น เมื่อทรงรับตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการกรมยุทธนาธิการ ก็ได้ทรงช่วยจอมพลพระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช ซึ่งในขณะนั้นเป็นผู้บัญชาการกรมยุทธนาธิการ ดำริวางการงานต่าง ๆ ไว้ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยยิ่งขึ้นเเป็นอันมาก

เมื่อทรงรับตำแหน่งผู้บัญชาการโรงเรียนทหารบก และเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก ก็ได้ทรงวางระเบียบการศึกษา ขยายรูปโครงออกให้กว้าง ขวางทันสมัย คล้ายกับว่าจะทรงสร้างโรงเรียนทหารบกชึ้นใหม่

ในขณะที่ทรงรับตำแหน่งเสนาธิการทหารบก อันเป็นตำแหน่งสำคัญในการรบ ก็ได้ทรงปรับปรุงงานเสนาธิการให้กว้างขวางเพิ่มขึ้น ทรงริเริ่มจัดตั้งโรงเรียนเสนาธิการ เพื่อให้การศึกษาแก่นายทหารที่จะทำหน้าที่ฝ่ายเสนาธิการบรรจุตามงานใน หน้าที่เสนาธิการที่ได้ปรับปรุงขึ้นอย่างกว้างขวางนี้ ทรงจัดการวางแนวทางหลักสูตรการศึกษาโรงเรียนเสนาธิการ และการคัดเลือกนายทหารที่มีคุณสมบัติอันเหมาะสมเข้ารับการศึกษา นอกจากนี้ ยังทรงเรียบเรียงตำรา เรื่อง " พงศาวดารยุทธศิลปะ " และ เอกสารอื่น ๆ ที่ใช้เป็นตำราศึกษาในโรงเรียนเสนาธิการยุคต้นอีกจำนวนมาก ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ได้นำมาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาของโรงเรียนเสนาธิการสืบจนถึงปัจจุบัน

เมื่อ พ.ศ.2460 ด้วยพระปรีชาสามารถของพระองค์ในการปรับปรุงให้ข้าราชการทหารเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว จึงทำให้สามารถจัดส่งทหารอาสาไปร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 ในทวีปยุโรป ในปี พ .ศ.2461 ทรงก่อตั้งกองบินทหารบก ซึ่งต่อมา ได้รับการปรับปรุงขยับขยายเป็นกองทัพอากาศ และทรงริเริ่มก่อสร้างค่ายจักรพงษ์ ที่จังหวัดปราจีนบุรี

นอกจากนั้น พระองค์ยังได้เป็นผู้กำกับการก่อสร้างสถานที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งสภากาชาดสยาม (รับต่อจากจอมพล พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช ซึ่งสิ้นพระชนม์เสียก่อนการก่อสร้างสำเร็จ) เมื่อได้ตั้งเป็นกาชาดสยามขึ้นแล้ว พระองค์ยังได้ทรงรับตำแหน่งเป็นอุปนายกผู้อำนวยการ ทรงดำริวางระเบียบการ และสร้างความเจิญให้แก่สภากาชาดโดยรอบด้าน จนเป็นที่หวังได้แน่นอนว่าสภากาชาดได้เจริญเป็นประโยชน์ในการเกื้อกูล ประชาชนซึ่งเจ็บไข้ได้อย่างดีต่อไป

จากที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น จะเห็นได้ว่าพระองค์ต้องทรงรับการงานต่าง ๆ อย่างมากมาย และต้องทรงเหน็ดเหนื่อยตลอดมา ยากที่จะทรงหาเวลาพักผ่อนได้อย่างพอเพียง จนกระทั่งถึงเดือนมิถุนายน พ.ศ.2463 พระองค์ก็ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้ไปพักผ่อนพระวรกายเที่ยวทางไกลได้ พระองค์พร้อมพระชายา และพระโอรส จึงได้เสด็จไปประพาสทางฝั่งทะเลตะวันตก เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ.2463

ครั้น เมื่อพระองค์เสด็จไปได้วันหนึ่งก็ประชวรไข้ไปตลอดทาง จนกระทั่งวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ.2463 ถึงประเทศสิงคโปร์ พระอาการยิ่งกำเริบหนักขึ้น จนถึงวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ.2463 เวลา 13 นาฬิกา 50 นาที พระองค์ได้เสด็จทิวงคต ศิริพระชนมายุได้ 37 พรรษา 3 เดือน 10 วัน

โรงเรียนเสนาธิการทหารบกถือว่า พระองค์เป็นผู้ทรงก่อตั้งวางรากฐานโรงเรียนนี้มาแต่เริ่มแรก และเมื่อได้สร้าง "อาคารประภาสโยธิน" ซึ่งเป็นอาคารถาวรของโรงเรียนเสนาธิการทหารบกแล้ว จึงได้ถือโอกาสสร้าง และอัญเชิญอนุสาวรีย์พระองค์ มาประดิษฐานคู่กับอาคารหลังนี้เพื่อเป็นมิ่งขวัญ และได้สักการะรำลึกถึงพระเกียรติคุณของพระองค์ ที่ได้ทรงก่อกำเนิดจัดตั้งโรงเรียนเสนาธิการทหารบก และได้จัดพิธีเฉลิมฉลองพร้อมกับอาคารประภาสโยธิน เมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ.2513 อันเป็นปีที่ 60 ของการสถาปนาโรงเรียนเสนาธิการทหารบก นับตั้งแต่นั้นมา ในวันที่ 3 เมษายนของทุกปี บรรดาศิษย์เก่าของสถาบันแห่งนี้ จะพากันมาวางพวงมาลาถวายสักการะแด่พระอนุสาวรีย์ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระเกียรติคุณ และพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน เป็นประจำ